วันนี้เงิ นเข้าแล้ว 15,000 เงิ นเข้าร อบใหม่ อย่ าลื มไปดู

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 จากกรณีที่ประชุมคณะรั ฐมนตรีมีมติอนุมัติดำเนินมาตรการประกันร ายได้ช่วยเหลือเก ษตรกร

ผู้ปลูกข้า วและย างพาราวงเ งินรวมทั้งสิ้น 61,900.82 ล้านบ าท ประกอบด้วยโครงการประกันร ายได้เกษ ตรกรผู้ปลูกข้ าว

วงเงิ นรวม 51,858 ล้านบ าท และโครงการประกันร ายได้ชาวสวนย าง วงเงิ น10,042 บ าท

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิ ษฏ์ รองนายกรั ฐมนตรีและรั ฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ได้ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับราค าข้ าวตกต่ำ ว่า ภายในสัปดาห์นี้

กระทรวงพาณิชย์จะเชิญธนาค ารพาณิชย์และแบงก์ชาติ มาเจรจราในการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆในการปล่อย

สินเชื่ อให้กับโรงสีเพื่อเร่งรับซื้อข้ าวจากเกษ ตรกร และ คณะอนุกร รมการได้สรุปเ งินส่วนต่าง สำหรับเกษ ตรกรเรียบร้อยแล้ว

รา ยละเอียดการจ่ายเงิ นโครงการประกันร ายได้เกษ ตรกรผู้ปลูกข้ าว ในส่วนต่างของเกษ ตรกรที่ปลูกข้ าว และ ย างพารา

ได้รับเงิ นส่วนต่างเท่าไหร่และวันไหนเช็ กร ายละเอียดจากบร รทัดถัดจากนี้

โครงการประกันร ายได้เกษ ตรกรผู้ปลูกข้า ว ปี 2563/64

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – พฤษภาคม 2563

การประกันร ายได้ข้า ว 5 ช นิด ความชื้นจะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ได้แก่

ข้า วเปลือ กหอมมะลิ ราค าประกันตันละ 15,000 บ าท ไม่เกินครัวเรือนละ 14 ตันได้ส่วนต่างตันละ 2,911 บ าท

ข้า วเปลื อกหอมมะลินอกพื้นที่ ราค าประกันตันละ 14,000 บ าท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน ส่วนต่างตันละ 2,137 บ าท

ข้ าวเป ลือกเจ้า ราค าประกันตันละ 10,000 บ าท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ตัน ส่วนต่างตันละ 1,222 บ าท

ข้ าวเปลื อกหอมปทุมธานี ราค าประกันตันละ 11,000 บ าท ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ตัน ส่วนต่างตันละ 1,066 บ าท

ข้ าวเป ลือกเหนียว ราค าประกันตันละ 12,000 บ าท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน ส่วนต่างตันละ 2,084 บ าท

เก ษตรกรผู้มีสิ ทธิได้รับการชดเชย

เกษ ตรกรจะต้องขึ้นทะเบี ยนผู้ปลูกข้ าวปีการผลิต 2563/64 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเก ษตรและสห กรณ์

ที่ปลูกข้า วระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2563 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2563 – 28 กุมภาพันธ์ 2564

โดยเก ษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการประกันฯ ได้แปลงละ 1 ครั้ง เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นการจ่ายเงิ นซ้ำซ้อน

การจ่ายเงิ นงวดแรกวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 จะช่วยให้เกษ ตรกรผู้ปลูกข้ าวแต่ละช นิดรับเงิ นส่วนต่างสูงสุด

ส่วนต่างราค าข้า วที่เกษ ตรกรได้รับการชดเชย

ข้ าวเป ลือกหอมปทุมธานี จะได้รับเ งินส่วนต่างสูงสุดถึง 26,674 บ าทต่อครัวเรือน

ข้ าวเหนี ยวจะได้รับเงิ นส่วนต่างสูงสุด 33,349 บ าทต่อครัวเรือน

ข้ าวเป ลือกเจ้า ได้รับเงิ นส่วนต่างสูงสุด 36,670 บ าทต่อครัวเรือน

ข้า วเป ลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ได้รับเงิ นส่วนต่างสูงสุด 34,199 บ าทต่อครัวเรือน

ข้ าวหอมมะลิจะได้รับเ งินส่วนต่างสูงสุดถึง 40,756 บ าทต่อครัวเรือน

โครงการประกันรา ยได้ชาวสวนย างพารา

ต้องเป็นเก ษตรกรชาวส วนย างที่ขึ้นทะเบี ยนกับการย างแห่งประเทศไทย (กยท. ) ทั้งบัตรสีเขียว และบัตรสีชมพู

ซึ่งแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกย าง ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 จำนวน 1,834,087 ร าย

พื้นที่สวนย างกรีดได้ 18,286,186.03 ไร่ กำหนดระยะเวลาประกันรา ยได้ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563–มีนาคม 2564

ราค าย างที่ประกันร ายได้ กำหนดให้ย างแผ่นดิบคุณภาพดี อยู่ที่ 60.00 บ าท/กิโลกรัม

น้ำย างสด (DRC 100%) 57.00 บ าท/กิโลกรัม

ย างก้อนถ้วย (DRC 50%) 23.00 บ าท/กิโลกรัม

ส่วนปริมาณผลผลิตย างที่จะประกันร ายได้

ผลผลิตย างแห้ง 20 กก./ไร่/เดือน

ย างก้อนถ้วย 40 กก./ไร่/เดือน รา ยละไม่เกิน 25 ไร่ โดยแบ่งสัดส่วนร ายได้แก่เจ้าของสวน 60% และคนกรีด 40%

การจ่ายเงิ นส่วนต่างนายณกรณ์ ตร รกวิรพัท ผู้ว่าการการย างแห่งประเทศไทย (กยท.) ค าดว่าจะสามารถจ่ายได้ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2563

ข้อมูลsiamnews

Show More